ผู้เขียน หัวข้อ: &&จำหน่าย Mixer ไมโครโฟน Atprosound.com ดีเยี่ยมเลย  (อ่าน 12 ครั้ง)

มิถุนายน 24, 2020, 10:57:53 PM
อ่าน 12 ครั้ง

kkthai20009

  • *****
  • Information
  • Hero Member
  • กระทู้: 4292
    • ดูรายละเอียด
  - หลักการทำงานของ เพาเวอร์แอมป์ คลาส AB -
เพาเวอร์แอมป์เป็นวัสดุอุปกรณ์ที่สำคัญมาก ในระบบเสียงที่ใช้ขับลำโพงให้มีเสียงดังออกมาก วันนี้พวกเราจึงมาชี้แนะการทำงานของ เพาเวอร์แอมป์ คลาส AB ที่ใช้กันอยู่ทั่วไปให้คุณทราบกัน เพาเวอร์แอมป์คลาส ABเป็นการประสมประสานแนวทางการทำงานของ คลาส A แล้วก็ คลาส B เข้าด้วยกัน ถ้าอย่างนั้นลำดับแรกพวกเรามารู้จะ เพาเวอร์แอมป์คลาส A แล้วก็ B กันก่อน เครื่องเสียงกลางแจ้ง

     

เลือกชมผลิตภัณฑ์คลิ๊ก เพาเวอร์แอมป์ https://www.atprosound.com/product-category/pa-system/

     - เพาเวอร์แอมป์ คลาส A -
เพาเวอร์แอมป์คลาส A เป็นวงจรขยายเสียงแบบเรียบง่ายโดยจะใช้ทรานซิสเตอร์ขยายสัญญาณเพียงแค่ตัวเดียว โดยทรานซิสเตอร์จะถูกไบอัสกระแสอยู่เสมอเวลาถึงจะไม่มีสัญญาณเสียงเข้ามา จึงนำไปสู่ความร้อนต่อทรานซิสเตอร์สูง จึงทำให้มีคุณภาพต่ำ หรือ ได้กำลังวัตต์น้อยนั้นเอง แต่ว่าจุดเด่นของภาคขยายแบบคลาส A คือ ให้ลาดละเอียดเสียงที่ดี ความผิดฟั่นเฟือนของเสียงต่ำมากมาย เพาเวอร์แอมป์คลาสนี้ปัจจุบันนี้หาได้ยากมากมาย ส่วนมากจะอยู่ในระบบเสียง Hi-End สะส่วนใหญ่ เพาเวอร์แอมป์

     - เพาเวอร์แอมป์คลาส B -
เพาเวอร์แอมป์คลาส B เป็นวงจรขยายเสียงที่อาศัยการทำงานแบบ Push-Pull (ผลัก-ดึง) โดยจะใช้ทรานซิสเตอร์ 2 ตัว โดยตัวนึ่งเป็นแบบ NPN ปฏิบัติภารกิจขยายสัญญาณเสียงสัญญาณที่มีแอมพลิจูด ทางด้านบวก และก็ ใช้ทรานซิสเตอร์แบบ PNP ปฏิบัติภารกิจขยายสัญญาณเสียงที่มีแอมพลิจูด ทางด้านลบ วงจรจะทำงานต่อเมื่อมีสัญญาณเสียงเข้ามาแค่นั้น วงจรขยายเสียงคลาส B มีประสิทธิภาพสูงขึ้นมากยิ่งกว่า คลาสA แต่ว่าจุดด้วยเป็นมีความผิดสติไม่ดีสูงเหตุเพราะจุดต่อระหว่างสัญญาณด้านบวกรวมทั้งลบ(crossover distortion ) เป็นจุดที่นำไปสู่ความฟั่นเฟือนสูง ปัจจุบันกล่าวได้ว่าไม่มีเพาเวอร์คลาส B อยู่เลยก็ว่าได้ Mixer

   

     - เพาเวอร์แอมป์คลาส AB -
เพาเวอร์แอมป์คลาส AB อย่างที่กล่าวเอาไว้ข้างต้นว่า เพาเวอร์แอมป์คลาส AB คือการผสมผสานจุดเด่นของแอป์ คลาส A และ B เอาไว้รวมกันเพื่อมีประสิทธิภาพสูงกว่าคลาส A แล้วก็ ความผิดพลาดสติไม่ดีต่ำลงมากยิ่งกว่าคลาส B โดยวงจรขยายจะใช้การดำเนินงานแบบ Push-Pull (ผลัก-ดัน) โดยจะใช้ทรานซิสเตอร์ 2 ตัว โดยตัวนึ่งเป็นแบบ NPN ทำหน้าที่ขยายสัญญาณเสียงสัญญาณที่มีแอมพลิจูด ทางด้านบวก แล้วก็ ใช้ทรานซิสเตอร์แบบ PNP ทำหน้าที่ขยายสัญญาณเสียงที่มีแอมพลิจูด ทางด้านลบ อย่างกับคลาส B แต่ว่าจะกระทำการแก้ไข้เรื่องความผิดสติไม่ดีรอยต่อระหว่างสัญญาณซีกบวกและลบ(crossover distortion ) โดยการไบอัสกระแสให้กับทรานซิสเตอร์ไว้ต่ำๆเพื่อช่วยลดข้อผิดพลาดบ้า ก็เลยทำให้ได้คุณภาพเสียงใกล้เคียงกับคลาส A แต่ว่าความร้อนต่ำยิ่งกว่าคลาส A รวมทั้ง เพาเวอร์แอมป์คลาส AB เรียกได้ว่าเป็นที่นิยมชั่วกับชั่วกัลป์ของทุกวงการเสียง สามารถขับเสียงได้ทุกเขตเสียง รวมทั้ง ที่สำคัญคลาส AB เป็นหลักฐานของเพาเวอร์คลาสฯลฯ ดังเช่นว่า คลาส G , คลาส H , คลาส TD , คลาส HD แล้วก็ EEEngine ฯลฯ

     - ไมค์ DPA 4099 2 สี แตกต่างกันเช่นไร ?
ถ้าเข้าไปที่หน้าเว็บ AT แล้วเสิร์ชหา DPA 4099 จะพบว่า มีไมค์ DPA 4099 อยู่ 2 สี คือ เหลือง กับแดง แล้วถ้าหากควรต้องซื้อ จะซื้อสีไหน ?

     - DPA 4099 เป็นไมค์จ่อเครื่องดนตรี คุณภาพสูง
ออกมาทั้งผอง 2 รุ่น สำหรับการใช้งานเครื่องดนตรีต่างจำพวกกัน

     

     - โดยเริ่มจาก DPA CORE 4099 for Lund SPL DC-1 หรือ สีแดง
เป็นไมค์สำหรับรับอุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรีทุกจำพวก เหมาะสำหรับดนตรีคลาสสิก เป็นต้นว่า ไวโอลิน, เปียโน, กีต้าร์โปร่ง, แซกโซโฟน, เชลโล่, คลาริเน็ต, ฟลูต ฯลฯ รับเสียงพีคได้ถึง 142 dB ซึ่งนับว่ามากพอสำหรับอุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรีจำพวกคลาสสิก ตามที่ยกตัวอย่างไป ไมโครโฟน

     - ส่วน DPA CORE 4099 for Extreme SPL DC-2 หรือ สีเหลือง
เป็นไมค์สำหรับรับเสียงอุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรีที่ดังมากมายๆยกตัวอย่างเช่น กลอง, ทรัมเป็ต, แตรทองเหลือง และก็เครื่องลมทองเหลืองอื่นๆรับเสียงพีคได้ถึง 152 dB ซึ่งนับว่ามากพอสำหรับเครื่องดนตรีชนิดร็อคแบนด์ ดังที่ยกตัวอย่างไป แล้วก็ยังเป็นรุ่นที่วงร็อคระดับนานาชาติอย่าง Metallica เลือกใช้สำหรับการจ่อกลองชุด สำหรับทัวร์คอนเสิร์ตด้วยนะครับ

     - ราคา 29,760 บาท เท่ากันอีกทั้ง 2 รุ่น
จะได้ ไมค์ 4099 1 ตัว และคลิปหนีบตามประเภทเครื่องดนตรีที่ปรารถนา 1 ชิ้น

Tags : เครื่องเสียงกลางแจ้ง,Mixer,ไมโครโฟน


There are no comments for this topic. Do you want to be the first?